picture-24.png

ลองเข้าไปดูเบื้องหลังการถ่ายทำโฆษณากล้อง Canon ตัวใหม่ครับดูโฆษณาก่อน แล้วดูเบื้องหลังวิธีการให้ได้มาซึ่งภาพโฆษณา ไปฟังเสียงชัตเตอร์ที่รัวสนั่น สุดยอด
Link


picture-21.png

มี VDO Online แสดงให้เห็นอุปกรณ์ที่ช่างภาพมืออาชีพใช้ ตั้งแต่ไฟแฟลช ขาตั้งไฟ ถุงทราย จนถึง อุปกรณ์พ่นหมอกควัน ดูไว้เป็นความรู้ครับลองดูครับ Link


picture-22.png

ช่วงนี้เน้นความรู้เกี่ยวกับ Studio เยอะหน่อยครับ สำหรับผู้เริ่มหัดใช้ไฟ อยากจะรู้ว่าหัวไฟแต่ละแบบให้แสงต่างกันอย่างไร มีเว็บ Visatec ซึ่งเป็นอุปกรณ์ซึ่งอยู่ในค่ายเดียวกับ Broncolor ไฟคุณภาพสูง ราคาก็สูงตามไปด้วย มีรูปถ่ายผลจากการเปลี่ยนอุปกรณ์ครอบหน้าไฟตั้งแต่ snoot ถึง softbox สามารถเทียบภาพของผลที่ได้ทั้ง 2ด้านและถ้าอยากดูละเอียดก็ดูภาพขยายใหญ่ได้ ลองดูที่ Link


picture-2.png

วันนี้เอาเทคนิคการถ่ายภาพอาหาร สวยๆมาฝากเหมาะกับช่างภาพทุกเพศทุกวัย
ได้ Link มาจาก Phase One ลองตามเข้าไปใน Link ยังจะมีเทคนิคการถ่ายภาพรถยนต์ด้วยครับ


เป็นงานมันๆ ของ ช่างภาพ NY Times ชื่อ Nikola Tamindzic มันดีครับ
คลิกที่นี่
picture-11.png


หลังจากผ่านช่วงงานเข้า (เห็นวัยรุ่นกำลังฮิต ;) และงานพึ่งออกไปบ้าง ได้มีเวลามาปรับปรุงเว็บพร้อมกับการเปิดตัวของ LR เวอร์ชั่น 2 Beta ท่านสามารถใช้ได้ถึงสิ้นเดือนสิงหาคม ปีนี้ ถ้ามีอะไรต้องปรับปรุงช่วยเหลือทีมพัฒนาด้วการรายงาน Bug ให้เขาทราบจะดียิ่ง นี่ละค่อยสมน้ำสมเนื้อหน่อยกับ Aperture 2 ที่พึ่ง update เป็น 2.1 ภายในเวลารวดเร็ว เร็วกว่าที่ผม update blog ซะอีก ☺ ไม่เชื่อลองดูช่วงเวลาที่มีการ update อย่างเมามันของ Aperture ขนาดตอนเขียน Blog นี้อยู่ยังต้องคอยกดปุ่ม software update อยู่เป็นระยะกลัวตกข่าว

  1. Feb 12th - Aperture 2.0
  2. Mar 3rd - Aperture 2.0.1
  3. Mar 20th - Digital Camera RAW Compatibility Update 2.0
  4. Mar 26th - Security Update 2008-002 v1.1 (Leopard) (included bugfixes for printing problems in Aperture)
  5. Mar 28th - Aperture 2.1

ลองมาดูเทียบกันเป็นข้อๆ ถึงความประทับใจของทั้ง 2 โปรแกรมกัน

Logo

picture-16.png
Aperture ไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงใช้ตัวเดิมอันเป็นสัญญลักษณ์ที่ใช้มาแต่เวอร์ชั่นแรก

picture-26.png
LR เปลี่ยนแปลงเล็กน้อยจากตัวอักษรสีขาวเป็นสีเทาเข้มดูเรียบๆเคร่งขรึม ตัวหนังสือ Lr สามารถมองทะลุได้เมื่ออยู่บน Dock ของ Mac OS Leopard

Third Party Plug-in
เป็นแนวโน้มของการออกแบบทั้ง 2โปรแกรมที่พึ่งเห็นชัดเจนว่าไปในทางเดียวกันที่จะเสริม Plug-in เพิ่มเติมได้ภายหลังจากผู้ผลิต Third-Party

Aperture ได้ใส่ Dodge and Burn ซึ่งมาพร้อมกับเวอร์ชั่น 2.1 เข้ามาให้เรียบร้อยแล้วแถม Saturate/Desaturate, Sharpen/Blur, Contrast และ Fade มาให้อย่างครบถ้วน และในอนาคตทั้ง Nik Software และ Noise Ninja ก็จะพาเหรดมาเป็น Plug in ให้เลือกเพิ่มอีกแต่ต้องเสียเงินนะครับ ถ้าใครอยากได้ของฟรีต้องไปที่นี่ครับ Aperture Plugin ตอนนี้หลายตัวก็ปรับให้ใช้กับ 2.1 เกือบหมดแล้ว

LR ก็เตรียมช่องทางไว้เรียบร้อยสำหรับ Third party แต่ยังไม่ได้ใส่อะไรเพิ่มมาในตัว Beta

Speed

Aperture สิ่งที่ประทับใจตั้งแต่เริ่มลงตัวทดลองใน เวอร์ชัน 2.0 ก็คือความเร็ว กับเครื่อง Macbook 2.0 Ram 2 GB มันช่วยให้รอบพัดลมที่เคยวิ่งขึ้นไปถึง 6000-7500 รอบ ลดลงอยู่ที่ระดับ 5000 รอบจะมีขึ้นไปเป็นบางครั้งแต่ก็กลับมาเป็นปกติ อุณหภูมิ CPU จากที่ช่วงสูงสุดจะอยู่ที่ 80 C กลับมาวิ่งอยู่ที่ 60-70 จะมีขึ้นไป 80 ก็บางครั้งเท่านั้น ได้ลองกับเครื่อง iMac 2.4 แรมแค่ 1 GB ยังวิ่งได้ลื่นถ้าอัดไปสัก 4 GB คงสบายๆ มีเพื่อนนร่วมงานที่ใช้ Powerbook ได้ลองกับตัวทดลองยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าสบายขึ้นเยอะเมื่อเทียบกับตัว 1.X ที่ลงแล้วไม่สามารถทำงานได้เลย

LR ก็นับว่าทำได้ดีเช่นกันรู้สึกได้เลยว่าเร็วขึ้น ช่วงหมุนติ้วรอ Loading หายไป (เวอร์ชันบน Mac) อาจจะเพราะปรับเป็น 64 bit หรือปล่าว ถ้าได้มีโอกาสลองเวอร์ชั่นบน PC ที่ได้ปรับเป็น 64 Bit เหมือนกัน จะเป็นอย่างไรบ้างยังไม่อาจคาดเดา ต้องหาโอกาสลง Vista แล้วจะมา Update ให้อีกทีครับ รายละเอียดเกี่ยวกับการปรับเป็น 64 bit อ่านที่นี่ครับ หรือตามไปอ่านที่ John Nack เขียนไว้ และดู Video เกี่ยวกับสิ่งใหม่ๆในเวอร์ชั่นนี้ที่ NAPP

กลัวว่ามันจะยาวไปขอแบ่งไปเขียนตอนหน้าครับ


picture-1.png

ลองแล้วลองอีกมันดีขึ้นอย่างมาก ยิ่งใช้ยิ่งชอบมากขึ้น แต่ราคากับลดลงอย่างมาก เหลือแค่ 7200 เองเลยซื้อมาใช้ กำลังลองอยู่อย่างสนุกสนานกำลังสรุปเป็นข้อๆ ตามการใช้งาน แล้วจะมา Review ให้อ่านกันอย่างจุใจเลยครับ


สำหรับท่านใดที่ตามอ่าน Aperture vs LR ที่ผมเขียนไม่ทันใจ แนะนำที่ 2 เว็บนี้ครับ มีหลากหลายทั้ง Tips & Technics โดยบรรดาเซียนของทั้ง 2 โปรแกรมทั่วโลก

picture-42.png

picture-51.png


Customize
เมื่อเริ่มใช้ทั้ง 2 โปรแกรมเราก็เริ่มหาทางทำให้มันสะดวกกับชีวิตเรามากขึ้น ลองมาดูซิว่าทั้ง 2 โปรแกรมเตรียมอะไรไว้บ้าง

LR:
จุดที่ผมชอบมากๆคือ เราสามารถเปลี่บน Logo ของโปรแกรมให้เป็นในรูปแบบที่เราต้องดาร อาจจะเปลี่ยนเป็นชื่อบริษัท หรือ Studio ของเราเองได้ ทำให้เมื่อใช้โปรแกรมแล้วเหมือนเป็นโปรแกรมที่ทำมาเฉพาะเราจริงๆ แนะนำว่าควรจะทำครับ เพราะเราจะต้องได้ใช้มันในตอนที่เราจะทำ Slide show, Web, และตอน พิมพ์ภาพ ลองดูครับว่าทำอย่างไรบ้าง เริ่มจากของเดิมที่มากับโปรแกรมซึ่งดูแล้วน่าเบื่อ ที่บอกชื่อโปรแกรมและเวอร์ชั่น

picture-11.png

ให้ไปคลิกตามภาพครับ เลือก Identities Plate Setup

picture-21.png

จัดการเปลี่ยนตามใจชอบครับ ไม่ยาก จะเปลี่ยนทั้ง 2 ด้านก็ได้ครับ แต่ผมเลือกเปลี่ยนด้านเดียวพอ เสร็จแล้วก็ OK

id-021.png

ได้อย่างที่เราต้องการ Logo นี้ก็จะไปปรากฏในตอนที่เราเลือกทำ Slide Show

id-031.png

Aperture:
แม้จะไม่สามารถใส่ Logo ที่แสดงความเป็นเจ้าของได้ เราสามารถที่จะปรับปุ่มบน Toolbar ที่เราใช้ประจำเพื่อความสะดวกของเราเอง มีตั้ง 50 กว่าปุ่มที่มีไว้ให้เราเลือกยิ่งใช้ควบคู่กับ Shortcut อีกสัก 8-9 ตัวที่พอจะจำได้เราก็จะใช้เจ้า Aperture ได้อย่างคล่องแคล่วแล้วละครับ

picture-37.png


picture-35.png

หลังจากที่เคย post ตัวทดลองที่แฮงก์ระเบิด ตัวจริงที่พร้อมขายก็ได้ออกมาแล้ว เปลี่ยนจากจอมเทพสีขาว กลาบเป็นจอมมารดำ ดำไปทั้งหน้าจอ แต่ทำให้รูปดูสวยดีนะ ใครจะซื้อมาใช้ดูก็เข้าท่านะ หรือจะไปดู Tutorial ขนาด 280 MB ได้ที่ Link ครับ ดูไว้เป็นความรู้ครับผม   




Categories